วันอังคารที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

5 เมนูอีสานไทบ้านเฮา




                 อาหารอีสานคงจะเป็นเมนูสุดโปรดของคนไทยหลาย ๆ คน เพราะเสน่ห์ของรสชาติ ที่มีครบทุกรส ทั้งเปรี้ยว หวาน เค็ม และเผ็ด กินกี่ที่ก็ไม่มีเบื่อ แถมยังเหมาะมากที่จะเป็นเมนูทางเลือกสำหรับคนที่ลดความอ้วนอีกด้วย เพราะแต่ละเมนูมีแคลอรี่ไม่สูงมากนั่นเอง

วันนี้เรา ก็เลยขอเอาใจคออาหารอีสานด้วย 5 สูตรอาหารอีสานรสเด็ด มาฝากไว้ให้ได้แซ่บนัวกัน เลือกทำเลือกกินได้ตามใจชอบเลยจ้า รับรองว่าแซ่บทุกเมนู !



1. ส้มตำไทยไข่เค็ม
         
          เปิดประเดิมอาหารอีสานด้วยเมนูส้มตำกันก่อนเลยดีกว่า เพราะนึกถึงอาหารอีสานทีไรก็ต้องส้มตำเป็นอันดับแรก แต่จานนี้ขอเสิร์ฟเป็นส้มตำไทยไข่เค็ม เผื่อว่าคนที่ไม่กินปลาร้า หรือไม่กินปู ก็สามารถแซ่บนัวไปด้วยกันได้

          หมายเหตุ : ส้มตำไทยใส่ไข่เค็ม (1 ฟอง) 1 จาน ให้พลังงานโดยประมาณ 130 กิโลแคลอรี่

ส่วนผสม ส้มตำไข่เค็ม

          • กระเทียมกลีบเล็ก 3-5 กลีบ
          • พริกขี้หนู ปริมาณตามชอบ
          • ถั่วฟักยาว 1 ฝัก
          • กุ้งแห้งอย่างดี 1 ช้อนโต๊ะ
          • มะเขือเทศสีดา 2 ลูก
          • น้ำปลา (ปรุงรส)
          • น้ำตาลปี๊บ (ปรุงรส)
          • น้ำมะขามเปียก (ปรุงรส)
          • น้ำมะนาว (ปรุงรส)
          • มะละกอสับ
          • แครอทสับ
          • ไข่เค็มผ่าครึ่ง 1 ฟอง
          • ถั่วลิสงคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ ส้มตำไข่เค็ม

          1. โขลกกระเทียม และพริกขี้หนูเข้าด้วยกันพอหยาบ หักถั่วฝักยาวใส่ลงไป ตามด้วยมะเขือเทศหั่นเป็นชิ้น ๆ และกุ้งแห้งลงไปโขลกเบา ๆ พอให้ให้เข้ากัน
          2. ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลปี๊บ น้ำมะขามเปียก และน้ำมะนาว โขลกให้น้ำตาลปี๊บละลาย ชิมรสตามชอบ
          3. สุดท้ายใส่มะละกอ และแครอทลงไปตำผสมเบา ๆ ให้เข้ากัน ใส่ไข่เค็มลงไป ใช้ทัพพีเคล้าผสมเบา ๆ ชิมรสอีกครั้ง ตักใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ



2. ลาบหมู 

          ในเมื่อมีเมนูส้มตำแบบเบา ๆ แล้วแล้วก็มาเติมเต็มความอิ่มกันด้วยเมนูลาบหมูสักหน่อย อีกหนึ่งเมนูที่จะขาดไปไม่ได้เลยกับเสน่ห์กลิ่นข้าวคั่วหอม ๆ เคล้ากับเนื้อหมูรวนสุก โรยใบสะระแหน่ จกกับข้าวเหนียว หรือข้าวสวยร้อน ๆ อร่อยนักแล ยิ่งในสมัยนี้ทำกินเองง่ายมาก ๆ เพราะมีผงปรุงลาบ-น้ำตกวางขายกันให้เกลื่อน !

สิ่งที่ต้องเตรียม

           • เนื้อหมูสับ 200 กรัม
           • หอมแดงซอย 1 หัว
           • ต้นหอมซอย 2 ช้อนโต๊ะ
           • ใบสะระแหน่ สำหรับโรยหน้า
           • น้ำปลา น้ำตาลทราย และน้ำมะนาว สำหรับปรุงรส
           • พริกป่น ปริมาณตามชอบ
           • ข้าวคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำลาบหมู

          1.  ใส่น้ำลงในหม้อเล็กน้อย นำขึ้นตั้งไฟแรงจนเดือด ใส่เนื้อหมูสับลงไปรวนจนสุก ยกลงจากเตา
          
          2.  ใส่หอมแดง ต้นหอมซอย และใบสะระแหน่ลงในหม้อ ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมะนาว น้ำตาลทราย และพริกป่น คนผสมให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบ เติมข้าวคั่ว จากนั้นเคล้าผสมให้เข้ากันอีกครั้ง ตักใส่จาน โรยใบสะระแหน่ พร้อมเสิร์ฟ




3. ซุปหน่อไม้

          อีกหนึ่งเมนูในตระกูลลาบ ซึ่งนอกจากซุปหน่อไม้จะเป็นที่โปรดปรานของคออาหารอีสานแล้ว ยังเหมาะกับคนที่กำลังลดความอ้วนด้วยนะคะ เพราะซุปหน่อไม้ถ้วยเดียว ให้พลังงานต่ำมาก ๆ แต่ก็กินในปริมาณที่พอดีนะคะ เพราะหน่อไม้กินมากจะไม่ดีต่อสุขภาพนะจ๊ะ

          หมายเหตุ : ซุปหน่อไม้ 1 จาน ให้พลังงานโดยประมาณ 40 กิโลแคลอรี่

ส่วนผสม ซุปหน่อไม้

           • ใบย่านาง 5-10 ใบ
           • หน่อไม้รวก ขูดเป็นเส้นยาว
           • น้ำปลาร้า 3 ช้อนโต๊ะ (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้)
           • เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
           • หอมแดงซอย 3 หัว
           • น้ำมะนาว สำหรับปรุงรส
           • น้ำปลา สำหรับปรุงรส
           • พริกป่น ตามชอบ
           • ข้าวคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ
           • ผักชีฝรั่งซอย
           • ต้นหอมซอย

วิธีทำซุปหน่อไม้

           1. ขยี้ใบย่านางกับน้ำจนน้ำเปลี่ยนเป็นสีเขียวเข้ม กรองเอาเฉพาะน้ำ เทใส่หม้อ เตรียมไว้
           2. ต้มน้ำจนเดือด ใส่หน่อไม้รวกลงต้มจนน้ำเดือดอีกครั้ง ยกลงจากเตา พักทิ้งไว้จนเย็น จากนั้นบีบน้ำออกจากหน่อไม้ให้หมด แล้วใส่ลงในน้ำใบย่านางที่เตรียมไว้ ยกขึ้นตั้งไฟจนเดือด ใส่เกลือป่น และน้ำปลาร้าลงไป ต้มจนเดือด ยกลงจาเตา เตรียมไว้
           3. ตักหน่อไม้ใส่อ่างผสม ใส่หอมแดงซอย ปรุงรสด้วยน้ำมะนาว น้ำปลา พริกป่น และข้าวคั่ว เคล้าผสมให้เข้ากน ชิมรสตามชอบ ใส่ผักชีฝรั่งซอย และต้นหอมซอย เคล้าให้เข้ากันอีกครั้ง ตักใส่จาน โรยใบสะระแหน่ พร้อมเสิร์ฟ





4. ต้มแซ่บกระดูกอ่อน

          ลองมาแซ่บกันในแบบอาหารอีสานประเภทต้ม ๆ กันดูบ้าง กับเมนูต้มแซ่บกระดูกอ่อน กัดกรุบ ๆ ซดน้ำแซ่บ ๆ นึกถึงทีไรเป็นต้องกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่ ! ถ้าพร้อมจะแซ่บแล้ว ก็ตามมาดูวิธีทำกัน

ส่วนผสม ต้มแซ่บกระดูกอ่อน

           • น้ำ 500 มิลลิลิตร
           • ข่าแก่หั่นแว่น 5 ชิ้น
           • ตะไคร้หั่นเฉียง 1 ต้น
           • ใบมะกรูด ฉีกก้านกลาง 3 ใบ
           • กระดูกอ่อนหมูหั่นเป็นชิ้น ๆ 200 กรัม
           • เห็ดฟางผ่าครึ่ง 100 กรัม
           • มะเขือเทศราชินีผ่าครึ่ง 50 กรัม
           • หอมแดงซอยบาง 1 หัว
           • น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
           • น้ำมะขามเปียก 2 ช้อนโต๊ะ
           • น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา
           • น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
           • พริกป่น ปริมาณตามความชอบ
           • ใบโหระพา 10 ใบ
           • ผักชีฝรั่งซอย 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำต้มแซ่บกระดูกอ่อน

           1. ใส่น้ำลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟต้มจนเดือด ใส่ข่า ตะไคร้ และใบมะกรูดลงต้มจนเดือดอีกครั้ง
           2. ใส่กระดูกอ่อนหมูลงต้มจนสุก ใส่เห็ดฟาง มะเขือเทศ และหอมแดงซอยลงต้ม ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมะขามเปียก และน้ำตาลทราย คนผสมจนเข้ากันดี ยกลงจากเตา ตักใส่ชาม เติมน้ำมะนาว พริกป่น และผักชีฝรั่ง ชิมรสตามชอบ โรยด้วยใบโหระพา พร้อมเสิร์ฟ



5. ตับหวาน 

          เมนูอาหารอีสานสุดแซ่บจานนี้ คงจะเป็นที่โปรดปรานของคนที่ชอบกินอาหารกึ่งสุกกึ่ดิบ ที่จะนำตับหมูไปลวกพอเกือบสุก พอให้นิ่ม เพราะถ้าลวกสุกเกินไป ตับหมูจะแข็ง ไม่อร่อย ๆ นั่นเอง ส่วนใครที่รู้ตัวว่า สภาพกระเพาะไม่แข็งแรงก็ระมัดระวังกันด้วยนะจ๊ะ

ส่วนผสม ตับหวาน

           • ตับหมู หั่นเป็นชิ้นบาง 200 กรัม
           • น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
           • น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ
           • น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
           • พริกป่น ปริมาณตามความชอบ
           • ข้าวคั่ว 2 ช้อนโต๊ะ
           • ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
           • ผักชีฝรั่งซอย 1 ช้อนโต๊ะ
           • ใบมะกรูดซอย 1 ช้อนโต๊ะ
           • ใบสะระแหน่ ปริมาณตามชอบ

วิธีทำตับหวาน

           1. ต้มน้ำจนเดือดจัด นำตับหมูลงลวกจนสุก (ระดับความสุกเลือกตามความชอบ) ตักขึ้นสะเด็ดน้ำ เตรียมไว้
           2. ผสมน้ำปลา น้ำมะนาว น้ำตาลทราย และพริกป่นเข้าด้วยกัน จากนั้นเทลงในอ่างผสมที่ใส่ตับหมูลวกไว้ เคล้าผสมให้เข้ากัน

           3. ใส่ข้าวคั่ว ต้นหอมซอย ผักชีฝรั่งซอย ใบมะกรูดซอย และใบสะระแหน่ลงเคล้าผสมจนเข้ากันดี ตักใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ

ที่มา : https://cooking.kapook.com/view92663.html

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น