วันอาทิตย์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2561

จงตอบคำถามเกี่ยวกับรูปแบบคำสั่งในการค้นหาข้อมูลด้วย Search Engine Google โดยในแต่ละข้อจะต้องตอบคำถาม 3 อย่าง ดังนี้รูปแบบคำค้นที่ใช้ในการค้นหาคำตอบที่ได้รับลิงก์ของเว็บที่ให้คำตอบ



1.นักร้องในภาพเล็ก (สไลด์ที่ 43) คือใคร
รูปแบบคำค้นที่ใช้ในการค้นหา ประวัติ สมาชิก westlife
คำตอบที่ได้รับ mark feehily
ลิงก์ของเว็บที่ให้คำตอบ https://www.google.co.th/search?q=mark+feehily&stick

2.ต้องการคลิปการร้องเพลงนี้ในรายการ The Mask Singer ต้องการคลิปเพลงนี้ที่ปรากฏบนเว็บ Vimeo เท่านั้น
รูปแบบคำค้นที่ใช้ในการค้นหา when you tell me that you love me the mask singer
คำตอบที่ได้รับ When You Tell Me That You Love Me - หน้ากากเสือดาว | The Mask Singer
ลิงก์ของเว็บที่ให้คำตอบ https://www.youtube.com/watch?v=_I246KdudP4

2.ต้องการคลิปการร้องเพลงนี้ในรายการ The Mask Singer ต้องการคลิปเพลงนี้ที่ปรากฏบนเว็บ Vimeo เท่านั้น
รูปแบบคำค้นที่ใช้ในการค้นหา When You Tell Me That You Love Me. Vimeo
คำตอบที่ได้รับ When You Tell Me That You Love Me on Vimeo
ลิงก์ของเว็บที่ให้คำตอบ https://vimeo.com/150330116

3.ต้องการเว็บที่ให้คำแปลหรือเนื้อเพลงนี้ในภาษาเกาหลี
รูปแบบคำค้นที่ใช้ในการค้นหา เว็บที่แปลภาษา
คำตอบที่ได้รับ Google แปลภาษา
ลิงก์ของเว็บที่ให้คำตอบ https://translate.google.co.th/?hl=th

4.ต้องการข้อมูลวง Westlife ยกเว้น Brian McFadden
รูปแบบคำค้นที่ใช้ในการค้นหา ข้อมูลของวง Westlife ยกเว้น Brian McFadden
คำตอบที่ได้รับ เวสต์ไลฟ์ - วิกิพีเดีย
ลิงก์ของเว็บที่ให้คำตอบ https://th.wikipedia.org/wiki/เวสต์ไลฟ์

5.ต้องการภาพของ Westlife ในโทนสีแดง ที่มีความละเอียดของภาพมากกว่า 1000 พิกเซล  (ข้อนี้ให้แคปหน้าจอส่งด้วย)
รูปแบบคำค้นที่ใช้ในการค้นหา ภาพของวง Westlife ในโทนสีแดง
คำตอบที่ได้รับ รูปภาพสำหรับ ของ วง westlife ใน โทน สี แดง
ลิงก์ของเว็บที่ให้คำตอบ https://www.google.co.th/search?q=ภาพของวง+Westlife+ในโทนสีแดง


6.ต้องการบริการหนังสือฟรีเกี่ยวกับ Westlife
รูปแบบคำค้นที่ใช้ในการค้นหา westlife free book
คำตอบที่ได้รับ Westlife Book | eBay
ลิงก์ของเว็บที่ให้คำตอบ https://www.ebay.co.uk/bhp/westlife-book

7.ต้องการบทความวิชาการหรืองานวิจัยเกี่ยวกับ Westlife
รูปแบบคำค้นที่ใช้ในการค้นหา academic articles westlife
คำตอบที่ได้รับ Westlife - Wikipedia
ลิงก์ของเว็บที่ให้คำตอบ https://en.wikipedia.org/wiki/Westlife

8.ต้องการประวัติความเป็นมาของ Westlife ในรูปแบบเอกสาร pdf
รูปแบบคำค้นที่ใช้ในการค้นหา history westlife pdf
คำตอบที่ได้รับ finacialfacts-Great Westlife
ลิงก์ของเว็บที่ให้คำตอบ https://www.greatwestlife.com

9.ต้องการเพลงในอัลบั้มต่างๆ ของ Westlife ยกเว้น coast to coast
รูปแบบคำค้นที่ใช้ในการค้นหา เพลงในอัลบั้มของ Westlife
คำตอบที่ได้รับ อัลบั้มของ Westlife รวมอัลบั้มเพลง อัลบั้มเพลงฮิต -joox-sanook
ลิงก์ของเว็บที่ให้คำตอบ http://music.sanook.com/artist/music/4404/

10.ต้องการเว็บที่ให้ข้อมูล Westlife ที่คล้ายกับวิกิพีเดีย
รูปแบบคำค้นที่ใช้ในการค้นหา ข้อมูลของ Westlife
คำตอบที่ได้รับ ประวัติ Westlife ผลงานเพลงคลิปวีดีโอ -jook-sanook
ลิงก์ของเว็บที่ให้คำตอบ http://music.sanook.com/artist/85553/

11.ต้องการเว็บที่มีคำว่า Westlife อยู่ในที่อยู่เว็บ
รูปแบบคำค้นที่ใช้ในการค้นหา www.westlife.com
คำตอบที่ได้รับ facebook Westlife
ลิงก์ของเว็บที่ให้คำตอบ https://mobile.facebook.com/Westlife?_rdc=1&_rdr

12.ต้องการข่าวเกี่ยวกับ Westlife ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา
รูปแบบคำค้นที่ใช้ในการค้นหา ข่าวwestlife 1 เดือนที่ผ่านมา
คำตอบที่ได้รับ Westlife --- ข่าว Westlife
ลิงก์ของเว็บที่ให้คำตอบ https://www.ryt9.com/tag/westlife






วันอังคารที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

ของหวานอีสานแสนอร่อย

ข้าวต้มมัด



        ข้าวต้มมัดหรือข้าวต้มผัดของชาวอีสานเป็นขนมชนิดหนึ่งที่ทำด้วยข้าวเหนียวผัดกับกะทิ แล้วนำไปห่อด้วยใบตองหรือใบมะพร้าวอ่อน ใส่ไส้กล้วยนำไปนึ่งให้สุก ทางภาคใต้ใช้ข้าวเหนียวกับน้ำกะทิ ห่อด้วยใบพ้อ เรียกห่อต้ม ถ้าห่อด้วยใบมะพร้าว และมัดด้วยเชือกเรียกห่อมัด ขนมแบบเดียวกับข้าวต้มยังพบในประเทศอื่นอีก เช่นในฟิลิปปินส์เรียก อีบอส หรือซูมัน ที่แบ่งย่อยได้หลายชนิดเช่นเดียวกับข้าวต้มมัดของไทย




         ข้าวต้มมัดอีกชนิดหนึ่งเรียกข้าวต้มลูกโยนเป็นขนมที่ใช้ในเทศกาลออกพรรษา ห่อด้วยใบพ้อหรือยอดมะพร้าวเป็นรูปรี ข้างในเป็นข้าวเหนียวผสมถั่วดำไม่มีไส้ ผูกเข้าด้วยกันเป็นพวงแล้วนำไปต้ม ส่วนข้าวต้มมัดไต้ เป็นข้าวต้มที่ห่อแล้วมัดให้มีลักษณะเหมือนไต้ที่ใช้จุดไฟ ไส้เป็นถั่วทองโขลกกับรากผักชี กระเทียม พริกไทย ใส่หมู มันหมู ปรุงรสด้วยเกลือ น้ำ น้ำตาลทราย ห่อด้วยใบตองเป็นแท่ง มัดเป็นเปลาะ 4-5 เปลาะ แล้วนำไปต้ม บางท้องที่ใช้เป็นขนมไหว้เจ้าในเทศกาลตรุษจีนและสารทจีนด้วย

         ภาคอีสานเรียกข้าวต้มมัดว่าข้าวต้มกล้วย ใช้ข้าวเหนียวดิบมาห่อ ปรุงรสด้วยเกลือนิดหน่อย ใส่ถั่วลิสงต้มสุกเคล้าให้เข้ากันแล้วจึงห่อเป็นมัด ใส่ไส้กล้วย เอาไปต้มให้สุก ถ้าเป็นแบบผัด จะผัดข้าวเหนียวกับกะทิก่อนแล้วจึงห่อใส่ไส้กล้วย แล้วต้มให้สุก ถ้าต้องการหวานจะเอามาจิ้มน้ำตาล   ส่วนทางภาคเหนือนิยมนำข้าวต้มมัดที่สุกแล้วมาหั่นเป็นชิ้นๆ คลุกกับมะพร้าวขูด โรยน้ำตาลทราย เรียก ข้าวต้มหัวหงอก





ข้าวเหนียวปิ้ง



ส่วนผสมข้าวเหนียว
1.ข้าวเหนียวแช่น้ำประมาณ 4 ชั่วโมงตวงแล้วได้ 4 ถ้วย
2.กะทิข้นปานกลาง 2 1 / 4 ถ้วย
3.เกลือป่น 1 ช้อนโต๊ะ
4.น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ

ไส้กล้วย
กล้วยน้ำว้าห่ามปอกเปลือกผ่าเป็น 4 ชิ้น

ไส้เผือก
1.เผือกนึ่งบดละเอียด 1 3 / 4 ถ้วย
2.น้ำตาลทราย 3 / 4 ถ้วย
3.เกลือป่น 1 / 2 ช้อนชา
4.น้ำสะอาด 3 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
1. ผสมข้าวเหนียว กะทิ เกลือป่น น้ำตาลทราย ใส่กระทะทอง กวนบนไฟอ่อนจนแห้ง
2. นำใบตองที่ตัดไว้มาพับเป็นกรวยแหลม ใส่ข้าวเหนียวลงไปเล็กน้อย ใส่กล้วย 1 ชิ้น ( หรือ เผือกกวนประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ ) ใส่ข้าวเหนียวทับลงบางๆ พับใบตองปิดกลัดด้วยไม้กลัด ปิ้งไฟอ่อนให้ข้าวเหนียวมีสีเหลือง รับประทานร้อนๆ



ขนมเทียน




เครื่องปรุง / ส่วนผสม

1. แป้งข้าวเหนียว 1 กิโลกรัม
2. น้ำตาลทราย 1/2 กิโลกรัม
3. น้ำเปล่า 1-2  ถ้วยตวง
4. มะพร้าวทึนทึกขูดฝอย
5. งา 2 ขีด
6. ใบตองสำหรับห่อ

ขั้นตอน / วิธีทำ  ไส้ขนม
          นำน้ำตาลทรายเคี่ยวในกระทะทองเหลือง ใส่มะพร้าวทึนทึกขูดฝอย ผสมน้ำตาลทราย และงา เคี่ยวด้วยไฟอ่อนจนเหนียว พักไว้

ขั้นตอน / วิธีทำ
 1. นำแป้งข้าวเหนียว นวดโดยเติมน้ำทีละน้อยนวดจนแป้งเนียน ปั้นเป็นก้อนได้
 2. แบ่งแป้งปั้นเป็นก้อนพอดีห่อใส่ไส้ตรงกลางแล้วปั้นเป็นก้อนกลม
 3. นำก้อนแป้งไปห่อใส่ใบตองเป็นรูปสามเหลี่ยม
 4. นำลังถึงเติมน้ำต้มไฟแรง
 5. ใส่ห่อขนมลงนึ่งจนสุก

เทคนิคในการทำ(เคล็ดลับ)
 1. การนำน้ำตาล มะพร้าวขูด งา ตั้งไฟเคี่ยวไฟอ่อนจนเหนียว จะทำให้หอมน่ารับประทาน
 2. เพื่อการป้องกันมิให้แป้งติดใบตอง ให้ทาน้ำพืชที่ใบตองก่อนห่อ



กาละแม





ส่วนผสมและสัดส่วน
1. แป้งเท้ายายม่อม 1 ถ้วย
2. แป้งข้าวเหนียว 2 ถ้วย
3. กะทิ 7 ถ้วย
4. กะทิสำหรับทำขี้โล้ 2 ½ ถ้วย
5. น้ำตาลปี๊บ 3 ถ้วย        
6. น้ำใบเตย 1 ถ้วย
7. น้ำปูนใส 1 ½ ถ้วย

วิธีปรุง
1. กะทิสำหรับทำขี้โล้ นำมาเคี่ยวจนได้เป็นน้ำมันขี้โล้ เพื่อเอาไว้ทาถาด
2. ผสมน้ำกะทิ น้ำตาลปี๊บ น้ำใบเตยเข้าด้วยกัน นำมากรองด้วยผ้าขาวบาง
3. ผสมแป้งเท้ายายม่อมกับแป้งข้าวเหนียวเข้าด้วยกัน ผสมกับส่วนผสมในข้อ 2 นวดให้เข้ากัน เติมน้ำปูนใส
4. เทส่วนผสมที่ได้ลงในกระทะทองเหลืองกวนจนล่อนออกจากกระทะเป็นก้อน
5. เทส่วนผสมที่ได้ลงในถาดที่ทาด้วยน้ำมันขี้โล้ ทิ้งไว้ให้เย็น จากนั้นตัดเป็นชิ้นเล็ก

ขนมนางเล็ด






ส่วนผสม ขนมนางเล็ด
1. ข้าวเหนียวนึ่งสุก
2. น้ำตาลปี๊บ 1 ถ้วย
3. น้ำ 4 ช้อนโต๊ะ
4. น้ำมันพืช (สำหรับทอดขนม)
วิธีทำขนมนางเล็ด
 1. อุ่นข้าวเหนียวให้ร้อน เตรียมไว้
 2.ตักข้าวเหนียวใส่ลงในพิมพ์วงกลม กดแผ่ให้เป็นแผ่นบาง ๆ (อย่ากดให้แน่นมากจนเกิดไป เพราะเวลาทอดจะแข็ง) แล้วเคาะออกจากพิมพ์ นำไปตากแดดจนแห้ง เตรียมไว้
 3.ใส่น้ำมันลงในกระทะ นำขึ้นตั้งไฟปานกลางจนร้อน ใส่ข้าวเหนียวที่ตากไว้ลงทอดจนพองเต็มที่ ตักขึ้นสะเด็ดน้ำมัน เตรียมไว้

 4.ใส่น้ำตาลปี๊บและน้ำลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟอ่อน เคี่ยวจนน้ำตาลละลาย ค่อย ๆ ตักหยอดเป็นเส้น ๆ ลงบนขนม พักทิ้งไว้สักครู่จนน้ำตาลแข็งตัว พร้อมเสิร์ฟ

ที่มา : https://oporpa.wordpress.com/category/



5 เมนูอีสานไทบ้านเฮา




                 อาหารอีสานคงจะเป็นเมนูสุดโปรดของคนไทยหลาย ๆ คน เพราะเสน่ห์ของรสชาติ ที่มีครบทุกรส ทั้งเปรี้ยว หวาน เค็ม และเผ็ด กินกี่ที่ก็ไม่มีเบื่อ แถมยังเหมาะมากที่จะเป็นเมนูทางเลือกสำหรับคนที่ลดความอ้วนอีกด้วย เพราะแต่ละเมนูมีแคลอรี่ไม่สูงมากนั่นเอง

วันนี้เรา ก็เลยขอเอาใจคออาหารอีสานด้วย 5 สูตรอาหารอีสานรสเด็ด มาฝากไว้ให้ได้แซ่บนัวกัน เลือกทำเลือกกินได้ตามใจชอบเลยจ้า รับรองว่าแซ่บทุกเมนู !



1. ส้มตำไทยไข่เค็ม
         
          เปิดประเดิมอาหารอีสานด้วยเมนูส้มตำกันก่อนเลยดีกว่า เพราะนึกถึงอาหารอีสานทีไรก็ต้องส้มตำเป็นอันดับแรก แต่จานนี้ขอเสิร์ฟเป็นส้มตำไทยไข่เค็ม เผื่อว่าคนที่ไม่กินปลาร้า หรือไม่กินปู ก็สามารถแซ่บนัวไปด้วยกันได้

          หมายเหตุ : ส้มตำไทยใส่ไข่เค็ม (1 ฟอง) 1 จาน ให้พลังงานโดยประมาณ 130 กิโลแคลอรี่

ส่วนผสม ส้มตำไข่เค็ม

          • กระเทียมกลีบเล็ก 3-5 กลีบ
          • พริกขี้หนู ปริมาณตามชอบ
          • ถั่วฟักยาว 1 ฝัก
          • กุ้งแห้งอย่างดี 1 ช้อนโต๊ะ
          • มะเขือเทศสีดา 2 ลูก
          • น้ำปลา (ปรุงรส)
          • น้ำตาลปี๊บ (ปรุงรส)
          • น้ำมะขามเปียก (ปรุงรส)
          • น้ำมะนาว (ปรุงรส)
          • มะละกอสับ
          • แครอทสับ
          • ไข่เค็มผ่าครึ่ง 1 ฟอง
          • ถั่วลิสงคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ ส้มตำไข่เค็ม

          1. โขลกกระเทียม และพริกขี้หนูเข้าด้วยกันพอหยาบ หักถั่วฝักยาวใส่ลงไป ตามด้วยมะเขือเทศหั่นเป็นชิ้น ๆ และกุ้งแห้งลงไปโขลกเบา ๆ พอให้ให้เข้ากัน
          2. ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลปี๊บ น้ำมะขามเปียก และน้ำมะนาว โขลกให้น้ำตาลปี๊บละลาย ชิมรสตามชอบ
          3. สุดท้ายใส่มะละกอ และแครอทลงไปตำผสมเบา ๆ ให้เข้ากัน ใส่ไข่เค็มลงไป ใช้ทัพพีเคล้าผสมเบา ๆ ชิมรสอีกครั้ง ตักใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ



2. ลาบหมู 

          ในเมื่อมีเมนูส้มตำแบบเบา ๆ แล้วแล้วก็มาเติมเต็มความอิ่มกันด้วยเมนูลาบหมูสักหน่อย อีกหนึ่งเมนูที่จะขาดไปไม่ได้เลยกับเสน่ห์กลิ่นข้าวคั่วหอม ๆ เคล้ากับเนื้อหมูรวนสุก โรยใบสะระแหน่ จกกับข้าวเหนียว หรือข้าวสวยร้อน ๆ อร่อยนักแล ยิ่งในสมัยนี้ทำกินเองง่ายมาก ๆ เพราะมีผงปรุงลาบ-น้ำตกวางขายกันให้เกลื่อน !

สิ่งที่ต้องเตรียม

           • เนื้อหมูสับ 200 กรัม
           • หอมแดงซอย 1 หัว
           • ต้นหอมซอย 2 ช้อนโต๊ะ
           • ใบสะระแหน่ สำหรับโรยหน้า
           • น้ำปลา น้ำตาลทราย และน้ำมะนาว สำหรับปรุงรส
           • พริกป่น ปริมาณตามชอบ
           • ข้าวคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำลาบหมู

          1.  ใส่น้ำลงในหม้อเล็กน้อย นำขึ้นตั้งไฟแรงจนเดือด ใส่เนื้อหมูสับลงไปรวนจนสุก ยกลงจากเตา
          
          2.  ใส่หอมแดง ต้นหอมซอย และใบสะระแหน่ลงในหม้อ ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมะนาว น้ำตาลทราย และพริกป่น คนผสมให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบ เติมข้าวคั่ว จากนั้นเคล้าผสมให้เข้ากันอีกครั้ง ตักใส่จาน โรยใบสะระแหน่ พร้อมเสิร์ฟ




3. ซุปหน่อไม้

          อีกหนึ่งเมนูในตระกูลลาบ ซึ่งนอกจากซุปหน่อไม้จะเป็นที่โปรดปรานของคออาหารอีสานแล้ว ยังเหมาะกับคนที่กำลังลดความอ้วนด้วยนะคะ เพราะซุปหน่อไม้ถ้วยเดียว ให้พลังงานต่ำมาก ๆ แต่ก็กินในปริมาณที่พอดีนะคะ เพราะหน่อไม้กินมากจะไม่ดีต่อสุขภาพนะจ๊ะ

          หมายเหตุ : ซุปหน่อไม้ 1 จาน ให้พลังงานโดยประมาณ 40 กิโลแคลอรี่

ส่วนผสม ซุปหน่อไม้

           • ใบย่านาง 5-10 ใบ
           • หน่อไม้รวก ขูดเป็นเส้นยาว
           • น้ำปลาร้า 3 ช้อนโต๊ะ (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้)
           • เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
           • หอมแดงซอย 3 หัว
           • น้ำมะนาว สำหรับปรุงรส
           • น้ำปลา สำหรับปรุงรส
           • พริกป่น ตามชอบ
           • ข้าวคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ
           • ผักชีฝรั่งซอย
           • ต้นหอมซอย

วิธีทำซุปหน่อไม้

           1. ขยี้ใบย่านางกับน้ำจนน้ำเปลี่ยนเป็นสีเขียวเข้ม กรองเอาเฉพาะน้ำ เทใส่หม้อ เตรียมไว้
           2. ต้มน้ำจนเดือด ใส่หน่อไม้รวกลงต้มจนน้ำเดือดอีกครั้ง ยกลงจากเตา พักทิ้งไว้จนเย็น จากนั้นบีบน้ำออกจากหน่อไม้ให้หมด แล้วใส่ลงในน้ำใบย่านางที่เตรียมไว้ ยกขึ้นตั้งไฟจนเดือด ใส่เกลือป่น และน้ำปลาร้าลงไป ต้มจนเดือด ยกลงจาเตา เตรียมไว้
           3. ตักหน่อไม้ใส่อ่างผสม ใส่หอมแดงซอย ปรุงรสด้วยน้ำมะนาว น้ำปลา พริกป่น และข้าวคั่ว เคล้าผสมให้เข้ากน ชิมรสตามชอบ ใส่ผักชีฝรั่งซอย และต้นหอมซอย เคล้าให้เข้ากันอีกครั้ง ตักใส่จาน โรยใบสะระแหน่ พร้อมเสิร์ฟ





4. ต้มแซ่บกระดูกอ่อน

          ลองมาแซ่บกันในแบบอาหารอีสานประเภทต้ม ๆ กันดูบ้าง กับเมนูต้มแซ่บกระดูกอ่อน กัดกรุบ ๆ ซดน้ำแซ่บ ๆ นึกถึงทีไรเป็นต้องกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่ ! ถ้าพร้อมจะแซ่บแล้ว ก็ตามมาดูวิธีทำกัน

ส่วนผสม ต้มแซ่บกระดูกอ่อน

           • น้ำ 500 มิลลิลิตร
           • ข่าแก่หั่นแว่น 5 ชิ้น
           • ตะไคร้หั่นเฉียง 1 ต้น
           • ใบมะกรูด ฉีกก้านกลาง 3 ใบ
           • กระดูกอ่อนหมูหั่นเป็นชิ้น ๆ 200 กรัม
           • เห็ดฟางผ่าครึ่ง 100 กรัม
           • มะเขือเทศราชินีผ่าครึ่ง 50 กรัม
           • หอมแดงซอยบาง 1 หัว
           • น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
           • น้ำมะขามเปียก 2 ช้อนโต๊ะ
           • น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา
           • น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
           • พริกป่น ปริมาณตามความชอบ
           • ใบโหระพา 10 ใบ
           • ผักชีฝรั่งซอย 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำต้มแซ่บกระดูกอ่อน

           1. ใส่น้ำลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟต้มจนเดือด ใส่ข่า ตะไคร้ และใบมะกรูดลงต้มจนเดือดอีกครั้ง
           2. ใส่กระดูกอ่อนหมูลงต้มจนสุก ใส่เห็ดฟาง มะเขือเทศ และหอมแดงซอยลงต้ม ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมะขามเปียก และน้ำตาลทราย คนผสมจนเข้ากันดี ยกลงจากเตา ตักใส่ชาม เติมน้ำมะนาว พริกป่น และผักชีฝรั่ง ชิมรสตามชอบ โรยด้วยใบโหระพา พร้อมเสิร์ฟ



5. ตับหวาน 

          เมนูอาหารอีสานสุดแซ่บจานนี้ คงจะเป็นที่โปรดปรานของคนที่ชอบกินอาหารกึ่งสุกกึ่ดิบ ที่จะนำตับหมูไปลวกพอเกือบสุก พอให้นิ่ม เพราะถ้าลวกสุกเกินไป ตับหมูจะแข็ง ไม่อร่อย ๆ นั่นเอง ส่วนใครที่รู้ตัวว่า สภาพกระเพาะไม่แข็งแรงก็ระมัดระวังกันด้วยนะจ๊ะ

ส่วนผสม ตับหวาน

           • ตับหมู หั่นเป็นชิ้นบาง 200 กรัม
           • น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
           • น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ
           • น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
           • พริกป่น ปริมาณตามความชอบ
           • ข้าวคั่ว 2 ช้อนโต๊ะ
           • ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
           • ผักชีฝรั่งซอย 1 ช้อนโต๊ะ
           • ใบมะกรูดซอย 1 ช้อนโต๊ะ
           • ใบสะระแหน่ ปริมาณตามชอบ

วิธีทำตับหวาน

           1. ต้มน้ำจนเดือดจัด นำตับหมูลงลวกจนสุก (ระดับความสุกเลือกตามความชอบ) ตักขึ้นสะเด็ดน้ำ เตรียมไว้
           2. ผสมน้ำปลา น้ำมะนาว น้ำตาลทราย และพริกป่นเข้าด้วยกัน จากนั้นเทลงในอ่างผสมที่ใส่ตับหมูลวกไว้ เคล้าผสมให้เข้ากัน

           3. ใส่ข้าวคั่ว ต้นหอมซอย ผักชีฝรั่งซอย ใบมะกรูดซอย และใบสะระแหน่ลงเคล้าผสมจนเข้ากันดี ตักใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ

ที่มา : https://cooking.kapook.com/view92663.html